Philips (275C5QHAW)

Philips (275C5QHAW)

฿ 9,990 เช็คราคาแล้วจาก 1 ร้าน

1 ร้านค้าที่ให้ราคาดีที่สุด

เช็คราคาทั้งหมด ↓
฿ 9,990

tohome.com

ติดต่อ
-
ช่องทางการชำระเงิน
บริการจัดส่ง
Philips (275C5QHAW) Philips (275C5QHAW)
฿9,990
Philips (275C5QHAW)

Philips (275C5QHAW)
โดยปกติเราอาจจะคุ้นเคยกับจอแสดงผลที่มีพอร์ต USB หรือฟังก์ชั่นพื้นฐานแบบง่ายๆ ในตัว แต่สำหรับ Philips รุ่นใหม่ที่ออกมานี้ กลับพกพาเอาความสามารถในการเชื่อมต่อบลูทูธมาให้ด้วย ซึ่งค่อนข้างจะโดดเด่นน่าสนในไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อระบบเสียงแบบไร้สาย
Philips 275C5QHAW มาพร้อมหน้าจอที่มีความกว้าง 27? ในแบบ IPS ที่ให้คุรภาพคมชัดตามที่หลายคนคุ้นเคย รวมถึงบอดี้สีขาว Glossy กับขอบที่ยื่น 2.5mm เท่านั้น โดยพื้นฐานเป็นพาแนลแบบ AH-IPS ให้ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) กับค่า Response time 5ms ในแบบ G2G รวมถึง Contrast ratio 1000 : 1 และค่า Brightness 250 cd/m2 ให้มุมมองกว้างตามสไตล์ IPS 178/178 พร้อม W-LED backlight ให้พอร์ตต่อพ่วง HDMI x2 และ MHL-HDMI และช่อง Audio Input/Output บนขาตั้งในแบบที่ยืดขึ้นลงได้ตามปกติ

Philips (275C5QHAW)

นอกจากนี้ยังติดตั้งลำโพงขนาด 7-Watts และระบบเสียงเทคโนโลยี SRS WOW HD เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเสียง ซึ่งให้คุณภาพเสียงในแบล 5.1-channel และ Philips 275C5QHAW มาพร้อมฟีเจอร์บลูทูธ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สาย เพื่อสตรีมเพลงจากอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาได้และยังทำหน้าที่เป็น Hand free ในเวลาที่ใช้งานในการเป็น Speakerphone อีกด้วยโดยวางจำหน่ายในเดือน ธันวาคมนี้ ราคาประมาณ 275 ปอนด์เท่านั้น
บริษัทผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่อย่าง Seagate เผยถึงการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดฮาร์ดดิสก์ เพื่อให้สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ทั้งในส่วนของ ยูสเซอร์ทั่วไปและองค์กรได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญด้วยอัตราการเติบโตของผู้ใช้ ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพื่อให้ทันต่อความต้องการ ดังนั้น Seagate จึงต้องพัฒนาอย่างมากให้ทันการแข่งขัน โดยในปัจจุบันนั้นฮาร์ดดิสก์ที่เราใช้กันอยู่ความจุสูงสุดอยู่ที่ 8TB ต่อลูก ด้วยเหตุนี้ Seagate จึงได้งัดไม้เด็ดออกมาด้วยฮาร์ดดิสก์ความจุ 10TB ที่พัฒนาโดยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า SMR (Shingled Manetic Recording) หรือบันทึกข้อมูลบนระบบแม่เหล็ก

Philips (275C5QHAW)

โดยที่เทคโนโลยี SMR นี้จะเป็นตัวเพิ่มความจุให้กับการจัดเก็บข้อมูลอีก 25% ด้วยการเพิ่มจำนวน Track ต่อตารางนิ้วในดิสก์ให้มากขึ้น จึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นต่อพื้นที่ได้ดี ลดช่องว่างระหว่าง Track โดยทำให้การเขียนข้อมูลในพื้นที่ว่างเดียวกันได้และเขียนข้อมูลที่มาใหม่ จะถูกเขียนลงในอัลบัมแทร็คและตัดออกเป็นส่วน แต่ยังคงสามารถอ่านข้อมูลได้ตามเดิม เพราะเป็นการใช้ Reader Head ที่มีขนาดเล็กกว่า Write Head นั่นเอง
นอกจากนี้เทคโนโลยี SMR ยังมีความน่าเชื่อถือสูงในการกู้ข้อมูลและใช้พลังงานต่ำ รวมถึงมีประโยชน์ในการช่วยให้การอ่านแบบเดิมได้ ลดต้นทุนการผลิตลง Seagate จึงได้สร้างฮาร์ดดิสก์ 8TB ที่มีความสามารถในการเก็บข้อมูล 1.33TB ต่อแผ่นในเวลานี้ แต่สำหรับ 10TB นั้น จะเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2016 และ 2017 เมื่อ Seagate ได้โยกย้ายไปเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) ซึ่งจะเพิ่มความจุของไดรฟ์ได้มากขึ้น 20-30% ในแต่ละปี

สินค้าที่เกี่ยวข้อง