Search

เคยคิดหรือเปล่า เงินของคุณหายไปไหน ?

เคยคิดหรือเปล่า เงินของคุณหายไปไหน ?

ผมคงต้องซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่อีกจนได้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเครื่องปัจจุบันของผมมีอาการเหมือนจะลาโลก เพราะเครื่องเริ่มมีอาการรวนสารพัดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา  และระหว่างที่ผมใช้ความคิดเพื่อที่จะเลือกซื้อเครื่องใหม่มาแทนเครื่องปัจจุบัน ผมจึงลองคิดทบทวนดูว่าในตลอดช่วงชีวิตวัย 30 ปีของผม  ผมได้ซื้อมันไปแล้วกี่เครื่องและโทรศัพท์มือถือพวกนี้กลายเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ที่ใครๆ ก็ต้องมีเพราะหากคุณไม่มีก็เหมือนกับว่าไม่สามารถสื่อสารกับใครได้อย่างทันท่วงทีในโลกทุนนิยมที่การสื่อสารต้องรวดเร็วเพื่อให้เราหมุนได้ทันโลก ซึ่งผมเริ่มใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกเมื่อ 13 ปีที่แล้ว

  • เครื่องที่ 1  nokia 6610  มือ 2 ราคา 5,000 บาท  ปวช
  • เครื่องที่ 2  nokia 7610  ราคา 8,900 บาท ปริญญาตรี
  • เครื่องที่ 3  i mobile IE3250   ราคา 3,900 บาท ทำงานปีที่ 1
  • เครื่องที่ 4  nokia E72  ราคา 9,900 บาท ทำงานปีที่ 2
  • เครื่องที่ 5  samsung galaxy note 1  ราคา 20,000 บาท ทำงานปีที่ 3-4
  • เครื่องที่ 6  ais lava 4.0  ราคา 2,500 บาท     iPad air  ราคา 22,000 ทำงานปีที่ 5
  • เครื่องที่ 7  ปัจจุบัน  samsung A5  ราคา 9,600 บาท ทำงานปีที่ 6

สินเชื่อ บัตรเครดิต ประกัน ดอกเบี้ย3

shutterstock_21684649

ผ่านมาแล้ว 13 ปี รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 80,000 บาท  ตกปีละ 6,000 บาทได้ นี้ยังไม่รวมค่าบริการรายเดือนของแต่ละค่ายที่ผมจ่ายมา 13 ปี จนจำตัวเลขไม่ได้แล้ว ผมก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ หลังจากที่ผมลองรวบรวมรายการเหล่านี้เสร็จ เราเก็บเงินได้น้อยกว่าคนรุ่นพ่อแม่ (GenerationX) เพราะความสะดวกสบายมีมากกว่ากัน  และเราก็ใช้เงินเพื่อซื้อหามัน ไม่ว่าจะเป็นมือถือเครื่องใหม่ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ อาหาร เบียร์เหล้าทุกวันเงินเดือนออก  ซึ่งสมัยก่อนมันอาจจะมีสิ่งล่อตาล่อใจแต่คงไม่มากเท่าสมัยนี้ ผมเคยคิดว่าตัวผมไม่มีทางปล่อยตัวปล่อยใจให้หลงระเริงหมดเงินหมดทองไปกับของเหล่านี้แน่นอน แต่วันนี้เมื่อผมมองไปรอบห้องพักของผม ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่น DVD เครื่องซักผ้า ตู้เย็น พัดลม คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างเหล่านี้    มันจำเป็นหรือเป็นแค่สิ่งอำนวยความสะดวกที่หากไม่มีเราก็จะไม่สะดวกกันแน่

สินเชื่อ บัตรเครดิต ประกัน ดอกเบี้ย2

  ผมได้แต่คิดว่าหากผมยังหมุนตามโลกผมจะเป็นอย่างไรผมอาจจะล้มลงในซักวันหนี่ง     หรือหากผมยังใช้แค่เท่าที่พอดี     ผมยังจะวิ่งทันไหมกับโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วแบบนี้?  ผมจะหมุนตามโลกใบนี้จนล้มหรือหมุดช้าลงหน่อยซึ่งก็อาจไม่ทันโลกใบบ้าง  แต่ในการซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้งาน หรือเพียงเพื่อการให้เรามีตัวตนอยู่ในสังคมทุนนิยม  แต่คำถามที่ผมมีวันนี้ คือ กว่าที่ผมจะตายผมต้องใช้เงินเท่าไรเพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือกันแน่ ?

ทุกวันนี้เมื่อผมคงดำเนินชีวิตอย่างปกติของผมอยู่นั้น สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือ ทุกคนที่อยู่รอบตัวผมมีโทรศัพท์มือถือ  และในบางครั้งผมเห็นคนแก่ พยายามใช้มือถือเพื่อแชทคุยกับลูกหลาน ซึ่งในบางที่พวกเขาอาจไม่ต้องรอถึงปีใหม่หรือสงกรานต์เพื่อที่จะได้เห็นหน้ากัน     หรือเด็กมัธยมต้นที่ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องละ 20,000 กว่าบาท แชทคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนานบนรถประจำทาง    หรือแม้แต่การใช้พวกโปรแกรม Line โทรหากันเพื่อประหยัดค่าโทร    เราสามารถเหมือนได้อยู่ใกล้และเห็นความเป็นไปของเพื่อนๆ ใน facebook แต่บางคนก็อัพเดตสถานะทุก 5 นาที บางคนก็เที่ยวทุกสัปดาห์ บางคนซื้อรถใหม่ ซื้อบ้านใหม่ ซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ ทานอาหารหรูๆ จนเหมือนการแสดงการมีตัวตนอยู่ในสังคมจนเกินพอดี

 สุดท้ายนี้ ผมได้แต่คิดว่ามันควรจะเป็นแบบไหนกันแน่ ค่าใช้จ่ายในการซื้อโทรศัพท์มือถือพวกนี้เฉลี่ย ปีละ 6,000 บาท เยอะเกินไปไหมสำหรับผมหรือคนอื่นไหม ก็คงแล้วแต่รายได้ของแต่ละคน แต่วันนี้ผมคิดได้แล้วว่าเงินที่ควรจะเป็นเงินเก็บผมบางส่วนหายไปไหน แล้วคุณล่ะ รู้หรือยังว่า เงินของคุณหายไปไหน ?  สิ่งที่ผมอยากจะบอกในบทความนี้คือ “เทคโนโลยี ยิ่งตามก็ยิ่งไกล ใช้เท่าที่จำเป็นจะดีกว่า”

สินเชื่อ บัตรเครดิต ประกัน ดอกเบี้ย1

ขอบคุณข้อมูลจาก moneyhub.in.th

Written by 

ข่าวน่าสนใจ

Show Buttons
Hide Buttons