Search

เลือกอะไรดี? “รีไฟแนนซ์” หรือ “ทนใช้หนี้เดิมต่อ”

เลือกอะไรดี? “รีไฟแนนซ์” หรือ “ทนใช้หนี้เดิมต่อ”

เลือกอะไรดี? “รีไฟแนนซ์” หรือ “ทนใช้หนี้เดิมต่อ”

ทุกวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้ขั้นต่ำบัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงอยู่หรือไม่? ถ้าใช่…มีอยู่กี่ใบ? แล้วเงินที่ใช้จ่ายหนี้กับรายได้ที่รับเข้ามาทุกเดือนพอใช้จ่ายอย่างอื่นด้วยมั้ย? คำถามพวกนี้อาจทำให้ใครหลายคนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เพราะอาจจะกำลังเผชิญกับชะตากรรมนั้นอยู่ ปัญหาเหล่านี้ต้องมีทางออก แต่ทางออกนั้นคือทางไหน? มีคำตอบมาฝากเพื่อนๆ กันนะคะ อ้อ…ลืมไป!! เพื่อนๆ อย่าเพิ่งเลือกทางออกด้วยการกู้หนี้นอกระบบนะคะ เพราะนั่นไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหานี้ แต่จะเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นอีกแน่นอน
เช็คราคา แต่งบ้าน Compare.asia
ทำความรู้จักกับ “สินเชื่อรีไฟแนนซ์”
“รีไฟแนนซ์” อธิบายง่ายๆ ก็คือ การกู้เงินแบงค์ใหม่ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่ามาจ่ายแบงค์เก่าที่ดอกเบี้ยสูงกว่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ใช้ลดหนี้เดิมที่มีอยู่ ให้รายได้ที่รับมาพอกับรายจ่ายที่จะต้องเสียไปในแต่ละเดือน แต่การรีไฟแนนซ์ในลักษณะนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์มาแล้ว นำมาโปะหรือปิดยอดของหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงที่มีอยู่ให้หมด พร้อมกับทำการยกเลิกบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลนั้นทันที และไม่กลับไปใช้มันอีก เพื่อไม่ให้เป็นการแก้ปัญหาแบบวนในอ่าง ไม่เช่นนั้น ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้มีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นและไม่มีทางจบ อย่าเป็นคนที่ต้องติดบัญชีดำจนเครดิตเสียเด็ดขาด เพราะถ้าใครมีปัญหาเรื่องเครดิตบูโรแล้วจะไม่สามารถขอกู้สินเชื่อไม่ว่าประเภทใดได้เลยค่ะ
เลือกลดหนี้ด้วย “รีไฟแนนซ์” หรือ “ทนก้มหน้าก้มตาใช้หนี้เดิม” ต่อไป แบบไหนเหมาะกับเรา?
ทุกอย่างต้องมีทางออก มันอยู่ที่ว่าเราจะเลือกทางไหนก็แค่นั้นเอง แต่เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตเราจริงมั้ยค่ะ งั้นเรามาดูกันว่าตกลงแล้วเราจะเลือกลดหนี้ด้วย “รีไฟแนนซ์” หรือจะทนก้มหน้าก้มตาใช้หนี้เดิมต่อไปดี เริ่มด้วยการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของตัวเลือกทั้งสองนี้กันนะคะ
ทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย
1. ลดหนี้ด้วยรีไฟแนนซ์
  • มีเงินก้อนในการชำระหนี้เก่า
  • ลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระต่อเดือนได้
  • จ่ายดอกเบี้ยในอัตราถูกกว่าหนี้เดิม
  • ส่วนใหญ่จะได้ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
  • มีโอกาสได้เริ่มต้นวางแผนทางการเงินใหม่
  • แบ่งเบาหนี้ระยะสั้น แต่อาจเป็นหนี้นานขึ้น
  • อาจก่อให้เกิดหนี้สินล้นพ้นตัว หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี
2. ทนใช้หนี้เดิมต่อไป
  • ไม่ต้องเป็นหนี้ก้อนใหม่เพิ่ม
  • ต้องจ่ายหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป
  • ต้องดิ้นรนหาเงินมาจ่ายหนี้ให้พอในแต่ละเดือน หากรายรับไม่พอกับรายจ่าย ซึ่งอาจจะทำให้เราตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบได้
  • ถ้าเรายังคงชำระหนี้ขั้นต่ำอยู่ จะทำให้ดอกเบี้ยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จากข้อสรุปข้างต้นนี้ เราอาจจะเห็นว่าถ้าเรามาถึงทางตัน โดยที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องจ่ายหนี้เกินรายได้ที่รับมาทุกเดือนจนมาถึงเดือนที่เงินเก็บที่เคยมีก็ไม่เหลือแล้ว เราก็ควรต้องเลือกที่จะลดหนี้ด้วยการขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์เพื่อเอามาจ่ายหรือปิดหนี้เก่าให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเราลดลงบ้าง (เป็นการต่อลมหายใจอีกเฮือก!!)
เช็คราคา แต่งบ้าน Compare.asia2
6 ข้อควรรู้ก่อน Refinance
1. จ่ายหนี้เดิมต่อไปไหวมั้ย? และ Refinance จำเป็นแค่ไหน
2. เปรียบเทียบดอกเบี้ยหนี้เดิม และดอกเบี้ย Refinance
3. ศึกษาเงื่อนไขดอกเบี้ยและโปรโมชั่น
4. ประเมินรายรับในอนาคต และหนี้อื่นที่มีอยู่ประกอบ
5. ประเมินรายรับในอนาคต และหนี้อื่นที่มีอยู่ประกอบ
6. ตรวจสอบเรื่องค่าธรรมเนียมสำหรับ Refinance ให้ครบถ้วน
เช็คราคา แต่งบ้าน Compare.asia

Written by 

ข่าวน่าสนใจ

Show Buttons
Hide Buttons